เขาสะกิดคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆยิกๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตักไอติมของตัวเองเข้าปากตามคำบอกอย่างว่าง่าย
...แต่ทำไมเหมือนทำส่งๆเพื่อให้เขาเงียบล่ะเนี่ย...
“จียงๆ” เขาสะกิดร่างเล็กอีก แล้วยื่นมือข้างที่ถือช้อนไปจ่อปาก “อ้าม~”
ตาเรียวเล็กตวัดขึ้นมองเขาติดจิกๆอยู่หน่อย แต่ก็อ้าปากรับโดยดี ก่อนที่จะส่งเสียงพูดกับปลายสายเจื้อยแจ้วตามเดิม
ชิ งั้นก็...
“จียงๆๆ ชิมไอติมรสกล้วยหอมของฉันมะ อร่อยมากเลยนะเว้ย”
“โว้ยยยย พี่ ผมคุยโทรศัพท์อยู่ ไม่เห็นเหรอ”คราวนี้จียงส่งเสียงตอบรับกลับมาครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มนามชเวซึงฮยอนได้ซาบซึ้งแต่อย่างใด ร่างสูงนั่งมองคนตัวเล็กกว่าตาปริบๆ ซึ่งทำท่าฮึดฮัดใส่เขาอยู่
“ก็นายไม่ยอมคุยกับฉันเลยนี่”พูดเสียงหงอ ก็จียงตอนวีนแตกน่ะ น่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไร
“ผมกับพี่คุยกันทุกวันมากี่ปีแล้วล่ะ นี่เพื่อนรักสมัยประถมผมที่ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งสิบปีโทรมานะ ขอเวลาผมได้แสดงความคิดถึง ยินดี และปรีดากับมันหน่อยสิ”
แต่นายไม่เห็นจะแสดงความคิดถึง ยินดี และปรีดากับฉันมั่งเลยนี่...... เทมโปนั่งน้ำตาตกในท้วงในใจ
เขาพยักหน้าหงอยๆ ทำเป็นไม่รับรู้กับเสียงจ้อเจื้อยแจ้วข้างตัวทั้งๆที่ในใจกำลังเจ็บปวดสุดจะบรรยาย
ทั้งๆที่ !! ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันหยุดที่หาได้ยากยิ่งเชียวนะ เขาก็บากหน้าไปชวนเจ้าคนตัวเล็กข้างๆมาเที่ยวด้วยกัน หรือจะเรียกอย่างหน้าด้านหน่อยก็คือ ชวนมาเดท !! กัน นั่นล่ะ แต่เดินได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี ก็มีโทรศัพท์เข้ามาหา แล้วจากนั้นจียงก็ไม่สนใจเขาอีกเลย
แบบนี้มันน่าน้อยใจไหมล่ะ !!
ออกจากร้านไอศกรีมแล้ว เทมโปก็เดินตามหลังร่างเล็กต้อยๆ ซึ่งดูเหมือนว่ากำลังเดินคุยไปเรื่อยๆมากกว่าจะเดินดูของ เขาเบะปากทำท่าล้อเลียนเมื่อร่างเล็กข้างหน้าหัวเราะร่าหรือทำท่าขวยเขิน
เขิน ? นี่มันกำลังคุยอะไรกันอยู่ฟะเนี่ย
“พี่ๆ”เสียงเล็กเรียก เทมโปหูตั้ง หางกระดิกทันที แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อ “ช่วยถือนี่ให้หน่อยสิ”
จียงส่งกระเป๋าสะพายของตัวเองให้ ซึ่งเจ้าตัวยังอุตส่าห์แจกแจงมาด้วยอีกว่า “กระเป๋ากดไหล่อ่ะ ถือโทรศัพท์ไม่สะดวกเลย”
อ๊ากกกกกกก อยากร้องไห้ไว้อาลัยให้กับตัวเองเป็นภาษาตาลีบัน พอสายกระเป๋าพ้นมือตัวเองเสร็จ จียังก็กลับไปคุยโทรศัพท์ต่อ ใจเทมโปเจ็บปวดเจรงๆ
ไม่พอใจมากๆ ไม่พอใจสุดๆ ไม่พอใจโคตรๆ ทำไมจียงถึงเมินเขาแบบนี้อ่ะ !! ถึงเจ้าบ้าที่อยู่ปลายสายจะเป็นเพื่อนรักของจียงเมื่อสิบปีก่อนก็เถอะ แต่เขาเป็นพี่ที่รักของจียง (อ้วก) ทั้งในเมื่อก่อนและตอนปัจจุบันไม่ใช่เหรอ !!
“จียง !! ดูหนังกันเถอะ !!!”เทมโปตะโกนเสียงดัง อย่างเรียกร้องความสนใจ
ได้ผล คนรอบด้านหันมามองกันพรึ่บ รวมถึงคนตัวเล็กข้างหน้าด้วย แต่ทำไมสายตาถึงวาววับยังกับโกรธสุดๆยังงั้นหว่า
“ไอ้ !! คุณพี่ครับ ลืมไปแล้วหรือไงว้อยว่าพวกเราคือใคร ตะโกนอย่างงี้จะเรียกให้แฟนคลับแห่เข้ามากันรึยังไงวะครับ !!!” เออว่ะ... เทมโปยิ้มแหยๆ เอาน่ะ ! อย่างน้อยคนข้างหน้าก็หันมาหาแล้วละกัน
“ไปดูหนังกันจียง” เอ่ยชวนอีกรอบ จียงขมวดคิ้วในขณะที่ในใจของคนตัวโตกว่ากำลังหัวเราะร่า
ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะถ้าเข้าโรงหนังเราก็ต้องปิดมือถือ เมื่อปิดมือถือจียงก็ไม่ต้องคุยกับไอ้บ้านั่นอีก เมื่อไม่ต้องคุยกะไอ้บ้านั่น จียงเก๊าะต้องหันมาสนใจเขาสักที
อุวะฮ่า ๆๆๆ ฉันนี่ช่างฉลาดล้ำ
“ไม่เอา เข้าโรงหนังก็คุยโทรศัพท์ไม่ได้น่ะสิ”
ถ้าเป็นในหนังสือการ์ตูน เราคงเห็นค้อนหนักสิบตันตกใส่หัวเทมโปดังโครม
ไอ้คุณจียงยังจะห่วงคุยโทรศัพท์ เทมโปกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวดใจเหลือคณา
“ถ้านายไม่ไปดูหนังกับฉัน ฉันก็จะนั่งอยู่ตรงนี้น่ะแหละ !”
พูดจบก็นั่งแหมะลงตรงนั้นทันที จียงเบิกตากว้างที่สุดเท่าที่ตาตี่ๆนั้นจะอำนวย
“พี่ ! พี่บ้ารึยังไงน่ะ นี่มันกลางห้างนะโว้ย !!”
“ไม่รู้ ไม่สนโว้ย เอาซี่ ถ้านายไม่สนใจฉัน ฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้แหละ ให้มันลงข่าวหน้าหนึ่งไปเลยว่าท็อปหนุ่มหล่อแห่งวงบอยแบนด์นามย่อบีบี นั่งขวางทางเดินกลางห้างเพราะว่าโดนเพื่อนร่วมวงเมิน ถ้านายยังจะไม่สนใจฉันได้ ก็เชิญคุยกับโทรศัพท์นั่นต่อไปเถอะ !!” พูดจบพร้อมเอฟเฟ็คท์สะบัดหน้าดัง พรึ่บ ! ถ้าผมเทมโปยาวกว่านี้อีกหน่อยคงได้ฟิลนางเอกงอนให้ง้อดีแท้
จียงร้อนรน ทั้งๆที่รู้อยู่ก็เหอะว่าที่ร่างสูงพูดมาน่ะ เป็นไปไม่ได้ ! นักข่าวที่ไหนจะประสาทแดกขนาดเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องลงข่าวหน้าหนึ่งวะ แล้วไอ้หนุ่มหล่อนั่นมันอะไรกัน จะงอนยังมีกะใจมายอตัวเองเรอะ บ๊ะคนเรา
...แต่เอาเถอะ นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นอยู่ดี...
“เออ ๆๆๆ เข้าใจแล้ว ดูหนังก็ได้”จียงถอนใจ เทมโปหันหน้ากลับมามองตาใสแป๋ว
“ยอมแล้วเหรอ” ยังจะทำเสียงแอ๊บแบ๊ว จียงคิดอย่างหงุดหงิด
“เออ ได้ยินแล้วพี่ก็รีบลุกสิ ที่พี่ทำเนี่ยมันน่าอายจะตายรู้มั้ย”
“ไม่ยักรู้ว่านายอายอยู่”เขาลุกพรวดทันทียิ้มให้ร่างเล็กที่ทำหน้าขัดใจอยู่เนืองๆ พวงแก้มขึ้นสีจางๆ เออเว้ย ~ มันอายอยู่จริงๆด้วย น่ารัก น่ากอด น่ากด....
“แล้วจะดูเรื่องอะไรอ่ะ” เสียงจียงดึงเทมโปให้กลับสู้โลกความจริงอย่างรวดเร็ว เขารีบปาดน้ำอะไรสักอย่างแถวๆริมฝีปากที่คงจะเยิ้มออกมาช่วงที่กำลังเพ้ออยู่
“เรื่องนี้มะ” เขาชี้มั่วๆเพราะตามจริงก็ไม่ได้นึกเหมือนกันว่าจะดูเรื่องอะไร แล้วเรื่องที่เขาชี้ไปมันคือ....
‘Anitique หล่อ หรู ร้าย รัก’ เอิ๊กกกกก...
จียงนิ่งไปนิดนึง ก่อนจะทำหน้าปุเลี่ยนๆ
“ผมว่าพี่เปลี่ยนใจเถอะ” ข้อนี้อีโป้ไม่คัดค้าน มองหาหนังเรื่องอื่นทันที แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีหนังไรน่าดูเลยง่ะ เอาเรื่องไรดีว้า....
สุดท้ายก็เลือกหนังแอคชั่นธรรมดาๆมาเรื่องนึง ก็ดูกันไป จนถึงเวลาห้าโมงเย็นกว่าๆ เมื่อออกโรงมาฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
“กลับบ้านกันเถอะ”เทมโปเอ่ยเสียงระรื่น ไม่ใช่เพราะหนังสนุกหรอก ก็ในโรงเขาแอบทำอะไรต่อมิอะไรไปเยอะนี่นา อะฮิๆ อุคริคริคริ
จียงโบกมือเรียกแท็กซี่ แล้วหันมามองค้อนหน่อยๆ
“ยิ้มอะไรวะ ไอ้คุณพี่เทมป์ เสื้อฉันเลอะน้ำลายพี่เป็นปื้นขนาดนี้ ยังมีหน้ามายิ้มอีกเรอะ !!”
อ่านะ ทำโกรธไปได้ แค่นี้เดี๋ยวซักก็หายและ ทำเป็นรังเกียจ คิดในใจแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรออกไป เพราะโดนด่าแค่เนี๊ย จิ๊บจ้อยม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก !!! เพราะแลกมากับการที่เขาได้นอนพิงไหล่ของจียงยังไงล่ะ !!
คิดแล้วก็ อะฮุๆๆ อุเคะๆๆ ทำหน้าหื่นต่อไป
“รีบขึ้นรถสิวะครับ ยืนทำตาเยิ้มอยู่ได้”แล้วหนุ่มชเวเราก็โดนวีนใส่ แถมตีนด้วยเพื่อเป็นการสะกิดเร่งให้ขึ้นรถที่มาจอดรอแล้วรอเล่า แต่เขาก็ไม่ขึ้นสักที
ก็มันออกจะอิ่มเอมใจอ้ะ !!!
กลับถึงห้องหอรอรบ เอ้ย รอรักอันแสนอบอุ่นของเขาทั้งสอง และส่วนเกินอีกสาม (ไอ้คุณท็อปไม่ค่อยจะกีดกัน -*-) จียงเดินนำเข้าไปก่อนเทมโปเดินเข้ามาตามหลัง กวาดสายตามองไปรอบๆ
“สามคนนั้นไปไหนกันวะ จนป่านนี้ยังไม่กลับ”จียงบ่นเบาๆ คิดแบบเดียวกันเลย ใจตรงกันจัง อันนี้อีโป้คิด
“จียงหิวรึยังอ่ะ”เมื่อคิดว่าห้องเงียบเกินไป (ทั้งๆที่เพิ่งเงียบได้สามวิฯเศษ) เทมโปก็เริ่มเรียกร้องความสนใจอีกครั้ง
“ทำไม นายจะเข้าครัวทำให้ฉันกินเหรอ”จียงกระตุกยิ้มมุมปากแบบที่โป้คิดว่า ยั่วมากกกกกกกก !!
“เปล่า จะได้โทรบอกให้สามคนนั้นซื้อกลับมาฝากด้วย”
ร่างเล็กทำหน้าเบื่อหน่าย
“ทำไม อยากกินข้าวฝีมือชั้นงั้นเหรอ”เทมโปเอ่ยเสียงทะเล้น
“เฮอะ ไม่เอาล่ะ ไม่อยากตาย”ร่างเล็กตอบกลับทั้งๆที่ยังหันหลังให้อยู่ เปิดโอกาสให้ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ทีละนิด
“เฮ้ย !!”จียงร้องลั่นเมื่อแขนหนักๆของใครบางคนดึงตัวเขาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด
“ทำอะไรวะ !”
“วันนี้นายใจร้ายมากเลยรู้มั้ย”เทมโปเอ่ยซุกหน้าเข้ากับไหล่ของคนตรงหน้า
“ใจร้ายบ้าอะไร ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้อยู่แล้วนี่”เสียงเหมือนจะอ่อนลงในตอนท้าย
“ก็นายไม่ยอมสนใจฉันเลยอ่ะ”ร่างสูงเอ่ยเสียงกระเง้ากระงอด
“ก็พี่อ่ะ ทำตัวน่ารำคาญ คนเค้าจะคุยกับเพื่อน ไม่รู้เหรอว่าถ้าคนอื่นเค้าคุยอยู่ห้ามสอด”
“ก็อยากให้นายคุยกับฉันมากกว่า”เทมโปเอ่ยยิ้มๆ “ถึงนายจะเป็นอย่างนั้น สำหรับฉันนายก็น่ารักมาก”
“เฮ้ย!”จียงสะดุ้งลุกพรวด เมื่อรู้สึกถึงอะไรอุ่นๆข้างแก้ม
...ไม่ใช่แค่รู้สึก แต่เขาโดนขโมยจูบแก้มไปแล้วต่างหาก...
“พี่เล่นอะไรนะ”จียงเอ่ยหวาดๆเมื่อเห็นเทมโปเดินเข้ามาใกล้ “ออกไปน่า ร้อนจะตายอยู่แล้วยังจะมายืนชิดๆอีก” เสสายตาไปด้านข้าง โว้ย ใกล้เกินไปแล้วนะ !!
“โทษที่วันนี้อุตส่าห์ได้ไปเดทกัน แต่นายไม่สนใจฉันยังไงล่ะ”ยิ้มกริ่ม เมื่อเห็นคนตัวเล็กกว่าหันกลับมามองอย่างตื่นตระหนก มือจับยึดที่ปลายคางขณะที่เขาก็โน้มตัวลงช้าๆ
ใกล้....จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นแผ่ว
“ขอ..นะ”
เรียบเรื่อยจากปลายคาง ริมฝีปาก จมูก เปลือกตา และหน้าผาก
กดริมฝีปากแนบ บรรจงจูบอย่างอ่อนหวาน
...เนิ่นนาน...
“เออ เมื่อตอนบ่ายโทษทีที่วางสายกลางคัน”
จียงเอ่ยกับปลายสายขณะที่อีกมือหนึ่งขยับผ้าเช็ดหัวยิกๆ
“ก็พอดี...มีลิงมาป่วนน่ะสิ เออลิงเว้ย กอลิล่า ตัวเบ้งเลย”
ร่างเล็กหัวเราะคิกเมื่อนึกถึงหน้างอนๆ แก้มป่องๆ ที่ดูยังไง๊ดูยังไง ก็ไม่เข้ากับหน้าหล่อๆ แต่อย่างนี้ล่ะมั้ง ที่ทำให้เขาอดใจอ่อนไม่ได้
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็น ก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอีก นี่เขาเป็นบ้าไปแล้วรึยังไงกัน ?
ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าน้องสามตัวแสบกลับมาซะก่อน อะไรๆก็คงเกินเลยกว่านั้น ใครๆก็รู้ว่าเจ้าพี่ใหญ่ของที่นี่เอาแต่ใจ ดื้อเงียบ ยังกับอะไรดี
จียงเอาหน้าซุกกับหมอน เหมือนจะพยายามปิดแก้มแดงๆของตัวเองทั้งๆที่ในห้องนอกจากเขาก็ไม่มีใครสักหน่อย
“เออ.. ห๊ะ? หา...อ่อ ฟังอยู่ๆ”รีบตอบปลายสายเมื่อรู้สึกตัวว่าเงียบนานเกินไป
“เออแก ยังไงวันนี้ก็คุยกันโต้รุ่งเลยนะเว้ย”ร่างเล็กพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อนึกอะไรออก ดวงตาเรียวเหลือบมองไปที่ประตู แสงที่ลอดออกมาจากข้างใต้ขยับไหวเหมือนกับกำลังจะบอกว่ามีใครคนนึงแอบฟังอยู่
“ช่าย....คราวนี้ไม่มีลิงตัวไหนมาป่วน แน่นอน !”
-end-